ศึกมารฟ้าสะท้านยุทธ์ - chapter 25 ละครรักที่ร้านก๋วยเตี๋ยว
posted on 20 Feb 2011 00:06 by landifix
“ซู๊ดดดดดดด” เสียงดูดเส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กดังลั่น บ่งบอกถึงความเอร็ดอร่อยของผู้กินเต็มที่ ดองแฮเคี้ยวเส้นก๋วยเตี๋ยวอุ่นในปากอย่างสบายใจ ดวงตาเหลือบมองคนที่นั่งข้างก่อนพูดเสียงอมลิ้น
“ไอ้อินอ่ะ?” (ไม่กินล่ะ?) ว่าแล้วลูกปลาน้อยก็ผลักชามก๋วยเตี๋ยวเส้นเส้นเล็กที่ตัวเองสั่งมาเป็นพิเศษให้กับคนข้างๆ กลิ่นหอมยั่วน้ำลายไม่ได้ทำให้องครักษ์หนุ่มรูปงามรู้สึกหิวขึ้นแต่อย่างใด
“อินอี๊ อะไอ้อีแองอิ่งอันอ่อ” (กินซี่ จะได้มีแรงวิ่งกันต่อ) เหมือนจะเป็นปาฏิหาริย์ที่แม้จะมีเส้นก๋วยเตี๋ยวพร้อมกับลูกชิ้นอีกสามลูกเต็มปาก แต่ดองแฮก็สามารถขยับลิ้นและส่งเสียงได้
คิบอมมองคนข้างๆอย่างสุดจะหมั่นไส้ แล้วถามว่า
“ทำไมต้องกินด้วยล่ะ?”
ดองแฮเลิกคิ้ว ก่อนกลืนอาหารในปากลงคอไปทันใด
“ก็เราเหนื่อยจนหิวกันแล้วนี่ ก็ต้องกินสิ?” ดองแฮตอบคำถามด้วยคำถาม คิบอมจึงถามต่อว่า
“แล้วทำไมถึงเหนื่อยจนหิวล่ะ?”
ดองแฮก็ตอบทันควัน
“ก็เพราะเราวิ่งไล่จับกันมานานน่ะสิ”
“แล้วทำไมเราถึงวิ่งไล่จับกันล่ะ?”
“ก็เพราะนายต้องการป้ายของนาย ฉันก็มีป้ายนาย นายก็เลยไล่จับฉัน”
คิบอมพยักหน้า แล้วสรุปว่า
“เพราะงั้น นายควรคืนป้ายของฉันมา เราจะได้ไม่ต้องวิ่งไล่จับกันอีกไง”
ดองแฮนิ่งไปนิด ก่อนพยักหน้า
“คิดอีกที เรามาวิ่งไล่จับกันอีกรอบดีกว่านิ? แต่หลังกินข้าวเสร็จก่อนนะ”
ว่าแล้วดองแฮก็ยกชามก๋วยเตี๋ยวขึ้นซดโฮก ก่อนยกมือเรียกเสี่ยวเอ้อแล้วสั่งด้วยเสียงอันดังว่า
“เสี่ยวเอ้อๆ หมี่ชาม เล็กชาม ใหญ่ชาม ชิ้นเยอะๆ ไม่ผัก!” (เสี่ยวเอ้อๆ บะหมี่หนึ่งชาม เส้นเล็กหนึ่งชาม เส้นใหญ่หนึ่งชาม ลูกชิ้นเยอะๆ ไม่เอาผักนะ)
เสี่ยวเอ้อรับคำ ก่อนร้องถามอีกว่า
“ใหญ่หมด เล็กเทียมปลาหมู?” (เส้นใหญ่หมดแล้วคร้าบ เอาเส้นเล็กแทนมั้ย? ใส่กระเทียมเจียวรึเปล่า? ลูกชิ้นปลาก็มีน้า หรือจะเอาลูกชิ้นหมูแบบเดิม?)
ดองแฮตะโกนกลับ
“หมี่สองไม่เทียมหมู” (งั้นเอาเส้นหมี่มาสองชามเลย ไม่เอากระเทียม เอาลูกชิ้นหมูนั่นแหละ)
แล้วซักพัก ชามก๋วยเตี๋ยวสามชามก็วางตรงหน้าเด็กหนุ่มทั้งสอง คิบอมมองอย่างทึ่งๆ ... มันสั่งกันยังไงของมันวะ? ยังกะรหัสลับ แล้วยังสั่งกันรู้เรื่องอีกแน่ะ
“อินอี้” (กินซี่) แล้วเสียงอู้อี้จากดองแฮก็ดังขึ้นอีกหลังจากเจ้าตัวโซ้ยเส้นหมี่ไปครึ่งชาม แต่จู่ๆ คิบอมก็ถามเรื่องเคร่งเครียดทันที
“... ทำไมนายต้องระเบิดคลังสินค้าของปาร์กชินยัง?”
ดองแฮนิ่งคิด ก่อนกลืนอาหารในปากและพูดงึมงำว่า
“ลืมไปแล้วอ่ะ... ถามเรื่องโบราณจัง ถามเรื่องใหม่ๆหน่อยจิ”
คิบอมขมวดคิ้ว ก่อนเปลี่ยนเรื่อง
“... งั้นทำไมนายถึงปลอมตัวเป็นเจ้าสาวของอิมจูฮวาน”
“แหม... ฉันก็อยากลองเป็นเจ้าสาวกะเค้าบ้างสิ? นิ?” ดองแฮยิ้มกว้าง และเสริมว่า “ฉันอนุญาตให้นายเป็นเจ้าบ่าวน้า...เอาป่ะ? ไม่คิดสินสอดด้วยเอ้า!”
“ฉันถามซีเรียสนะ!” คิบอมเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว องครักษ์หนุ่มส่งเสียงแข็งเพื่อขู่ให้ลูกปลาน้อยกลัวบ้าง
“ฉันก็ซีเรียสนะ!” ดองแฮตบโต๊ะลั่นจนคนทั้งร้านหันมามอง คิบอมกลับเป็นฝ่ายสะดุ้งกลับ
“นี่ฉันจริงจังนะเนี่ย! ตั้งนานแล้ว! นายไม่รู้ใจฉันบ้างรึไง!!??” เจ้าปลาน้อยตะโกนลั่น
ทั่วทั้งร้านนิ่งเงียบ มีแค่เสียงแม่ค้าที่ขายของอยู่นอกร้านที่ร้องขายขนมจีบซาลาเปาเท่านั้น แต่ร้านทั้งร้านซึ่งเป็นร้านอาหารใหญ่ที่สุดในเมืองกลับเงียบงัน ลูกค้าทุกโต๊ะต่างหันมามองที่โต๊ะกลางร้านซึ่งสองหนุ่มนั่งอยู่เท่านั้น เสี่ยวเอ้อสองคนต่างหยุดเสิร์ฟอาหาร ก่อนค่อยๆเดินเข้ามายืนอยู่ที่โต๊ะข้างๆไม่ห่างไปมากนัก
“เราสองคนต่างก็รู้จักกันมานานแล้ว” เสียงของดองแฮราบเรียบ แต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด คิบอมนั่งนิ่งอย่างพูดอะไรไม่ออกเมื่อเห็นดวงตาที่เริ่มมีน้ำเอ่อของดองแฮ
เสียงคราง ...หืม... ดังขึ้นแผ่วจากคนทั่วร้าน บางคนเริ่มขยับตัวเข้ามาใกล้โต๊ะของสองหนุ่มมากขึ้น
“แต่นายไม่เคยรับรู้ดวงใจของฉันเลย...”
... โถ... คนทั้งร้านต่างอุทานเสียงเบา หญิงชราคนหนึ่งควักผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาที่เริ่มไหลริน
“นายไม่เคยเห็น ดวงใจที่เต็มไปด้วยความรักนี้ อัดแน่น จนอึดอัด ใจทั้งใจของฉัน ที่มีแต่นายเท่านั้น”
....อ้า... เสียงครางด้วยความสงสารของคนรอบกายลอยตามลมพร้อมๆกับเสียงขยับเก้าอี้ให้ชิดเข้ามาอีก ดองแฮซับน้ำตาที่เอ่อล้นจากตาคู่สวย
“นายมันใจร้าย ใจร้าย ใจร้าย... ใจร้ายกับฉันนัก!” ดองแฮตัดเพ้ออย่างโศกเศร้า
....โอ้... ชายหนุ่มผู้หนึ่งยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดน้ำใสที่ไหลข้างแก้ม เสี่ยวเอ้อเอาผ้าเช็ดโต๊ะเช็ดน้ำตา ชายชราคนหนึ่งซบหน้าตนเข้ากับไหล่ของชายหนุ่มล่ำบึกที่สูดน้ำมูกดังลั่น
“ทำยังไง นายถึงจะเห็นความในใจของฉันบ้าง!?” ดองแฮตั้งคำถามที่ทำเอาคิบอมนั่งนิ่ง ... จะให้เขาตอบอะไรได้ล่ะ?
ทันใดนั้น คิบอมก็รู้สึกถึงสายตาจำนวนมากที่เฝ้ามองเขาสองคนอยู่ เมื่อองครักษ์หนุ่มหันไปมองรอบกายก็สะดุ้งโหยง เฮ้ย! ตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย?!
ตอนนี้ทั้งสองคนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของลูกค้าที่มากินข้าวในร้าน เสี่ยวเอ้อ เถ้าแก่ แม่ครัว พ่อครัว คนครัว ขอทานหน้าร้าน แม่ค้าขายซาลาเปานอกร้าน และยังมีคนที่ระบุฐานะไม่ได้อีกสองสามคน (คาดว่าน่าจะเป็นพวกเดินผ่านมาแล้วขอมาแจม) คนทั้งหลายต่างมีน้ำไหลเอ่อคลอในดวงตา ใบหน้าเศร้าหมอง นิ่งเงียบงันราวกับกำลังดูละครรันทดชีวิตระกำอยู่ยังงั้นแหละ
คิบอมหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย เขาเริ่มเรียกชื่อคนตรงหน้าเบาๆ
“ดองแฮ... ฉันว่าเรื่องนี้...”
แต่เจ้าปลาน้อยกลับทำสิ่งที่ไม่คาดคิด นั่นคือ เด็กหนุ่มคุกเข่าลงทันใด
เสียงฮือดังขึ้นทั่วร้าน หญิงชรากำผ้าเช็ดหน้าแน่น เสี่ยวเอ้อยัดผ้าเซ็ดโต๊ะเข้าปากเพื่ออุดเสียงอุทาน เถ้าแก่เอามือกุมหน้าอกก่อนกัดริมฝีปากลุ้นเต็มที่ ไม่ว่าใครที่อยู่ในร้านนี้ต่างพยายามไม่ส่งเสียงซักกะแอะ เพื่อดูละครสดที่มีพระเอกนางเอกขอความรักซึ่งกันและกัน (ใครเป็นพระเอกใครเป็นนางเอกล่ะเนี่ย?)
แล้ว ลูกปลาน้อยรูปหล่อก็ส่งเสียงร้องเพลงแผ่วว่า
อี รอน นา เอ มา อึม ฮอ รัก แฮ ชุล แร
พยอง แซง คยอ เท อี ซึล เก I Do
นอล ซา รัง ฮา นึน กอล I Do
นูน กวา พี กา วา โด อา กยอ ชู มยอน ซอ I Do
นอ รึล ชี คยอ ชุล เก My Love
โปรดอนุญาตให้ดวงใจดวงนี้ทำตามใจเถอะนะ
ฉันให้คำมั่น ว่าฉันจะอยู่เคียงข้างตลอดไป
ให้คำมั่น ว่าจะรักเธอชั่วนิจนิรันดร์
ตราบเหมันต์ผ่านพ้นหรือลมฝนพัดผ่าน ฉันจะดูแลเธอคนนี้ ฉันสัญญา
จะคอยปกป้องถนอมเธอ ดวงใจของฉัน
อา......... ซึ้งเหลือเกิน ไม่ไหวแล้ว
คนทั้งร้านแทบจะลงไปกองกับพื้นด้วยอานุภาพแห่งความร้ากกกกก ที่ลูกปลาน้อยมีให้องครักษ์หน้ามน
ส่วนคิบอมนั้นหน้าแดงสุดๆราวกับจะระเบิดออกมาอยู่ร่อมร่อ อ๊ากกกกก อายชิบเป๋ง!
เจ้าลูกปลาน้อยส่งสายตาเชื้อม ก่อนถามขึ้นมา
“คำตอบล่ะ?”
“ตกลงเลยเซ่!” เสียงเชียร์ห้าวๆดังขึ้นข้างๆ คิบอมหันไปมองอย่างตกใจ เสียงเถ้าแก่นั่นแหละที่ทนไม่ไหวแล้ว เลยส่งเสียงตอบคำถามแทนคิบอมซะเลย
“ใช่ๆ ตกลงไปเลย!” แล้วเสียงอื่นๆก็ตามมา “เอาเลยๆ หาไม่ได้อีกแล้วน้า รักอย่างนี้!” “เอาเลยๆ ตอบตกลงไปเลยๆ”
แล้วเสียงทั้งหลายก็ประสานเป็นหนึ่ง
“ตกลง! ตกลง!ตกลง!ตกลง!ตกลง!ตกลง!ตกลง!ตกลง!ตกลง!ตกลง!ตกลง!ตกลง!ตกลง!ตกลง!”
แต่แล้ว! คิบอมก็ผลุดลุกขึ้น แขนยาวๆของเขาคว้าแขนของดองแฮ เพื่อลากเจ้าตัวแสบออกไปจากร้านทันใด
เสียงเชียร์ยังคงดังก้องไล่ตามหลัง
“ตกลง! ตกลง!ตกลง!ตกลง!ตกลง!ตกลง!ตกลง!ตกลง!ตกลง!ตกลง!ตกลง!ตกลง!ตกลง!ตกลง!”
หญิงชราคนหนึ่งชูไม้เท้าไปมา แล้วส่งเสียงว่า
“แต่งๆกันไปเลยลูก แล้วอย่าลืมเชิญยายด้วยน้า!”
เสียงนั่นไล่หลังสองหนุ่ม ที่หนึ่งหนุ่มเดินก้มหน้าก้มตางุดๆอย่างอับอายขายขี้หน้า ส่วนอีกหนุ่มเดินหน้าแป้นพร้อมกับหันมาโบกมือลากองเชียร์ทั้งหลาย
“ขอบคุณคร้าบๆ ๆๆๆ”
“คิบอม... คิบอม... คิบอม...” ดองแฮตบไหล่ขององครักษ์หนุ่มเบาๆอย่างปลอบใจ ตอนนี้ทั้งสองกำลังยืนอยู่บนสะพานโค้งอันมีชื่อของเมือง เป็นสะพานสีชมพูอ่อนเพราะสร้างจากหินอ่อนสีชมพู สลักเป็นลวดลายอย่างวิจิตร ตั้งอยู่ตรงโค้งน้ำที่ใสสะอาด แต่คิบอมไม่ได้เพลิดเพลินกับความสวยงามนี้เลย เพราะเขามัวแต่ซบหน้ากับขอบสะพานด้วยความอาย
“คิบอม คิบอม” ดองแฮเขย่าไหล่องครักษ์หนุ่ม เฮ้อ.. เป็นเอามากนะเนี่ย
“อะไรเล่า! เรียกอยู่ได้!” คิบอมหันมาส่งเสียงฉุนเฉียว ดองแฮยิ้มแหย
“แหม... ก็เห็นเงียบไป...”
คิบอมแบมือออกมาตรงหน้าดองแฮทันใด ดองแฮเอียงคอมองอย่างสงสัย
“เอาป้ายฉันคืนมาได้แล้ว แล้วเราต่างคนต่างไปเถอะ!”
ดองแฮนิ่งเงียบ
“นายไม่จับฉันแล้วเหรอ?”
“ที่นี่ไม่ใช่เขตเมืองหลวง ถ้าจับนายฉันก็ต้องทำเรื่องยื่นอีกยาว ... ต้องฝากนายขังไว้ที่นี่ เจ้าเมืองฝูโจวฉันเองก็ไม่สนิท มันเสียเวลา ฉันมีเรื่องที่สำคัญกว่า”
ดองแฮสะดุดกับคำว่า เรื่องสำคัญกว่า... ฉันเป็นเรื่องไม่สำคัญสำหรับนายรึไง?
“ออ... นั่นสินะ” ดองแฮพยักหน้า แล้วเจ้าปลาน้อยก็เปลี่ยนเรื่องพลัน “แล้วนายไม่อยากรู้เรื่องที่ฉันปลอมเป็นเจ้าสาวของอิมจูฮวานแล้วเหรอ?”
คิบอมหูผึ่งขึ้นทันที
“อยากจะเล่าก็เล่ามาสิ” ดองแฮยิ้มเจ้าเล่ห์
“... พูดเพราะๆกับเราก่อน”
“...”
“พูดเพราะๆก่อนครับ”
“... เล่ามาซะดีๆน่า”
“พูดเพราะๆสิครับ? นะ?”
“....”
ดองแฮเอียงคอก่อนพูดเสียงเบา
“เร้ว?”
“ดองแฮครับ ช่วยเล่าให้ผมฟังด้วยครับ” ในที่สุดคิบอมก็พูดแล้ว ดองแฮยิ้มอย่างดีใจ ไม่น่าเชื่อเลย... ไม่น่าเชื่อ.. ว่าแค่นี้จะทำให้ฉันยิ้มกว้างได้ถึงขนาดนี้
ส่วนคิบอมเบนหน้าไปทางอื่น ทำไมเรื่องแค่นี้เขาต้องเขินด้วยน้า...บ้าจริง!
แล้วคิบอมก็หันมามองดองแฮที่ยืนอมยิ้มแล้วบิดตัวไปๆมาๆอยู่ตรงหน้า คนข้างหน้าก็ดูเหมือนจะมีความสุขล้นใจยิ่งกว่าที่เคยเห็นซะอีก
“เล่าซะทีซิ”
ดองแฮทำท่าคิด ก่อนเล่าว่า
“น้องสาวของโซจีซบติดต่อฉันมา เขาบอกว่า เขามีคนรักอยู่แล้ว แล้วก็อยากให้ฉันช่วย ฉันก็เลยพาเขาไปหลบอยู่ในที่หนึ่งที่ปลอดภัย ทีนี้อีกตอนที่แอบเข้าไปในพรรคมัจฉาทะเลอีกครั้ง ฉันเรื่องแปลกๆ”
“เรื่องแปลกๆ?”
“ใช่ ตอนที่ไต่ไปตามหลังคา ดันเจอลูกน้องของโซจีซบคนหนึ่งดักหน้าเอาไว้ แล้วเราก็สู้กัน... เจ้านั่นใช้กระบี่ แต่ดูเหมือนจะจับกระบี่ไม่แน่นเลย ... เหมือนจะไม่อยากจับกระบี่งั้นแหละ”
“...? หมายความว่าไง? นักฆ่าที่ไม่อยากจับกระบี่”
“แค่ปะทะด้วยก็รู้แล้ว เจ้านั่นจับกระบี่ไม่แน่น แต่ไปๆมาๆเจ้านั่นก็ใช้อาวุธลับ อยากรู้มั้ยว่าเป็นอะไร?”
คิบอมพยักหน้า ดองแฮจึงล้วงบางสิ่งออกมาจากปกเสื้อ และเมื่อคิบอมมองเห็น เขาก็มีสีหน้าเคร่งเครียดทันที
มันเป็นขนนกสีดำสนิท ขาวประมาณหนึ่งคืบ ตรงปลายเหลาจนแหลมคม และพิษประหลาดทาอยู่ตรงปลาย คิบอมรู้จักขนนกชนิดนี้ดี ในหัวขององรักษ์หนุ่มตอนนี้ตวัดนึกไปถึงรายชื่อขอคนที่เข้าร่วมงานแต่งบุตรสาวสกุลเหลียง
ทันใดนั้น คิบอมก็คิดอะไรได้บางอย่าง
“แย่แล้ว!”
edit @ 20 Feb 2011 01:09:54 by landi